เรื่องเสียว ตำนานแห่งหุบเขาคอหงส์สายหมอกขาวละเอียดเรี่ยราย ทิวยอดไม้ยางพาราเป็นริ้วสาย ดุจสายน้ำไหลหลาก ลากจากห้วงสวรรค์นำพาความชื่นฉ่ำลื่นรินหลั่งโลมสู่พื้นพิภพ………..ยามรุ่งอรุณใกล้มาเยือนยังมืดครึ้มเพราะสุริยายังไม่เยี่ยมกรายโผล่พ้นทิวเขา มีเพียงประกายแสงเลือนรางจับขอบเมฆที่เกาะกลุ่มดำมืดเป็นเงาทะมึนอยู่บนฟากฟ้า…………หยดหยาดน้ำค้างผุดพราวเกาะกิ่งใบไม้และยอดหญ้าส่องประกายล้อแสงเรืองระยิบระยับงามตาดุจอัญมณีแห่งธรรมชาติ ระเหยเหิดไอเย็นสะท้านไหวสู่ผิวพื้นเหนือแผ่นดิน……ทุกสรรพสิ่งล้วนยังคงสงบเงียบรอเวลาที่จะตื่นฟื้นขึ้นมาพร้อมกับแสงตะวันที่ใกล้เวลาโผล่พ้นทิวเขาคอหงส์ในอีกไม่นานนัก………เสียงฝีเท้าวิ่งเหยาะย่างมาตามทางเดินสีแดงมอ เลาะขอบรั้วศรีตรังฝั่งศูนย์วิจัยยางพาราอันเป็นกิจวัตรประจำวันของชางมหาลัยบางคน ทึ่ลุกขึ้นก่อนไก่โห่ออกวิ่งจ๊อกกิ้งลัดเลาะไปรอบๆ มหาวิทยาลัยที่มีอาณาเขตกว้างขวางบ้างก็วิ่งลัดเลาะไปตามคันขอบอ่างเก็บน้ำที่สร้างเป็นถนนทอดยาวไปยังหมู่บ้านคณาจารย์ บ้างก็วิ่งไปตามถนนที่ลากตัดผ่านไปตามตัวอาคารคณะวิชาต่างๆ ที่ตั้งแยกห่างจากกันเป็น อิสระและสัดส่วนและก็มีบ้างไม่กี่คนที่ข้ามเขตรั้ว ออกไปนอกวิทยาเขตเข้าไปวิ่งเลาะตามทางเดินดินในศูนย์วิจัย …เพื่อเข้าไปสัมผัสบรรยากาศร่มรื่นของพืชพันธ์ไม้ยามเช้าอย่างเต็มอิ่มหลิน…..นักศึกษาสาวน้องใหม่คณะพยาบาลหนึ่งในไม่กี่คนที่กล่าวถึง เธอรักที่จะสัมผัสความอ่อนโยนจากธรรมชาติและรับพลังอันบริสุทธ์ยามเช้าเข้าสู่กายที่อวบอัดแน่นเนียนด้วยวัย 18 ที่กำลังเต็มอิ่ม เธอชอบความสงบเงียบและสันโดษ เธอจึงมักตื่นก่อนหน้าคนอื่น และ ออกวิ่งตามลำพังในเขตสวนยางพาราของศูนย์วิจัย ซึ่งปลอดคน และเช้านี้ก็เช่นกัน……..เธอยืนก้มศีรษะ กดมือค้ำเข้าทั้งสองข้าง บั้นท้ายเอนพิงต้นยางพารา หายใจหอบเหนื่อยจากการวิ่ง เหงื่อไหลไคลย้อยเหงื่อผุดพราวไปทั่วกาย เสื้อยืดสีขาวแขนกุดและกางเกงขาสั้นเปียกชุ่มรัดร่างเน้นรูปร้างที่สมบูรณ์สมส่วนด้วยวัยสาว ส่วนที่เว้าส่วนที่นูนจึงเห็นชัดเป็นรูปร่าง ราวกับประติมากรรมชั้นเลิศ เธอเงยหน้าขึ้นไปมองหมู่เพื่อนๆ ร่วม มหาลัย ที่กำลังวิ่งเลาะไปเรื่อยๆตามทางขอบอ่างกักเก็บน้ำของมหาวิทยาลัย ทึ่อยู่สูงขึ้นไปจากแนวรั้วท้องฟ้ายังคงมืดครึ้ม ทั้งๆที่ฟ้าเริ่มมีแสงเลือนรางของอาทิตย์อุทัยแล้ว วิ่งเป็นเพราะว่ากลุ่มเมฆฝนที่เคลื่อนตัวมาบดบังเบียดแน่นแผ่นฟ้า ยากที่แสงสุริยาจะส่องฟ้า อันเป็นปกติวิสัยของแดนดินถิ่นใต้เมืองสะตอขึ้นชื่อ ซึ่งมักจะมีฝนหลงฤดูอยู่บ่อยๆ แม้นในขณะนี้จะเป็นช่วงฤดูร้อนก็ตามทีหลิน เหยียดตัวขึ้นขยับกายออกท่าบริหารเบาๆ พร้อมกับสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด เพื่อขับไล่ความอ่อนล้าเมื่อยขบ ฉับพลันทันใดเธอก็มีอันสะดุ้งเฮือก เมื่อมีใครคนหนึ่งพุ่งปราดพรวดพราดเข้ามารวบตัวเธอ จากทางด้านหลัง เธอขยับปากอ้าร้องด้วยความตื่นตระหนกใจสุดขีด แต่มิทันที่เสียงจะหลุดรอดออกจากปากเต็มคำ ฝ่ามือใหญ่หยาบหนาก็ตะปบกดปิดปากเธอไว้แน่นพร้อมๆกับมีดปลายแหลมจ่อจรดกดลำคอขาวผ่องของเธอไว้จนรู้สึกเจ็บ“เงียบนะ ! อีสาว ถ้าไม่อยากตายโหง “ เสียงกระซิบข้างหูเหี้ยมเปล่งเป็นสำเนียงท้องถิ่นขู่สำทับเธอจนไม่กล้าขัดขืน ปล่อบให้มันกึ่งลาก กึ่งประคอง ดึงเธอลึกเข้าไปทางท้ายสวนยางพาราพันธ์ดีติดตีนเขาคอหงส์ซึ่งเป็นจุดปลอดคนในยามปกตินักศึกษาชายหญิง วิ่งเกาะกลุ่มกันเห็นอย่าลิบๆ หากเปล่งเสียงกู่ก้องตะโกนให้สุดแรงก็อาจจะมีสักคนที่ได้ยิน แต่ตอนนี้ต่างคน ต่างตั้งหน้าตั้งตาวิ่งลงเท้าไปเรื่อยๆโดยไม่สำเหนียกถึงเหตุอุบาทว์ที่กำลังก่อเกิดขึ้นกลางท้ายสวนยางพารา“ ถอดเสื้อผ้าให้เกลี้ยง อีสาว “ เสียงประกาศิตจากใบหน้าเหี้ยมเข้ม แววตาดุดันคมกริบ ไว้หนวดเสริมความกร้าวแกร่ง แต่เต็มไปด้วยรอนเกลื้อน พร้อมเป็นด่าวดวง ตัดกับผิวเข้มคล้ำดูโสมมเหมือนจิตใจมันในตอนนี้ ทำให้เธอไม่กล้าขัดขืน เมื่อมันเค้นเสียงขู่ตะคอกสำทับมาอีก พร้อมแกว่งไกวมีดในมือ“ เร็ว……..”เธอถอดเสื้อยืดและกางเกงขาสั้นสีขาวมือไม้สั่น เมื่อเห็นประกายตาวาววับจับจุดขึ้นมาในแววตาของมัน เหลือเพียงบราเซียลายลูกไม้เนื้อบางเบาที่รัดเต้าอวบอิ่มจนปริ่มล้นและกางเกงในเนื้อบางจนแลเห็นตฤณชาติเป็นเงาดำ และดูจะเล็กเกินไปเมื่อเทียบกับโหนกเหน่าเนินเนื้ออูมอวบนูนเป็นหลังเต่ากลางหว่างขาเธอสายตาของมันจับจ้องจุดสำคัญของความเป็นสาวในกายของเธอจนแทบถลน หลิน รู้สึกสะท้านวูบวาบด้วยความหวาดกลัวและความอายเพราะตั้งแต่เริ่มเป็นสาว เธอไม่เคยปลดเปลื้องเปลือยกายให้ใครได้ชม แม้กระทั่งเพื่อนหญิงที่สนิทชิดเชื้อก็ยังไม่มีโอกาสได้เห็น แต่ตอนนี้เธอจำใจต้องยืนเปลือยร่างต่อหน้าชายแปลกหน้าที่เธอเองก็รู้อยู่แก่ใจว่ามันมุ่งหมายพรมหจรรย์ความเป็นสาวของเธอ ความอาย……..ความกลัว…..ทำให้เธอยกสองมือปิดจุดสงวนของความเป็นสาวเอาไว้ด้วยสัญชาติญาณของความเป็นหญิง แม้จะไม่มิดชิดนักเพราะความอวบใหญ่แต่ก็เป็นเพียงวิธีเดียวที่จะช่วยลดความพรั่นพรึงเมื่อเห็นมันกลืนน้ำลายเหนียวลงคอและดวงตาที่ส่อแววหื่นราคะชัดเจน“ ถอด….ถอดให้หมดอีสาว “ เสียงมันแหบสั่นพร่า อย่างควบคุมความกำหนัดไว้ไม่อยู่ สาวน้อยนักศึกษานิ่วหน้าคล้ายจะร่ำไห้เมื่อรู้ว่าเธอไม่มีทางที่จะขัดขืนต่อเหตุการณ์อันเลวร้ายที่สุดในชีวิตที่กำลังจะเกิดเธอค่อยๆ ปลดชุดชั้นในออกอย่างช้าๆ เพียงหวังว่าจะมีใครผ่านมาพบเหตุการณ์ก่อนที่มันจะสายเกินไป แม้จะเป็นความหวังเลือนรางเหมือนคนใกล้จะจมน้ำ ขอเพียงมีเศษฝางสักเส้นลอยผ่านมาก็คงจะไขว่คว้า……..เธอเงยหน้าขึ้นมา หลังจากปลดเปลื้องปราการด่านสุดท้าย แล้วก็ต้องผงะมีอันตะลึงพรึงเพริดเมื่อพบว่า……มันปลดเสื้อม่อฮ่อมและกางเกงขาก๊วยที่สวมใส่เปลือยตัวเองเรียบร้อยแล้ว ท่อนเนื้อความเป็นชายกลางหว่างขาของมันชูคอยื่นยาวผงกหัวชี้ชันมาทางเธออย่างมุ่งร้ายคาดคะเนความยาวของมันด้วยสายตาขนาดสองมือกำยังคงเหลือมันคงยาวไม่ต่ำกว่า แปดนิ้วเป็นแน่แท้ขาดเหลือ คงไม่เท่าไร ความใหญ่ของมันที่มันกำลังใช้มือขยับรูดอยู่ ขนาดปลายนิ้วกลางชนปลายหัวแม่มือของมันพอดี หากเป็นเธอคงกำไม่ได้รอบกับรัศมีขนาด หกนิ้วกว่าๆ แค่นึกคิดเธอก็สะท้านเยือกเสียววูบจากช่องท้องแล่นลิ่วขึ้นสมองเกิดอาการสั่นเทิ้มไปทั้งร่างเกิดอาการเกร็งขมุบขมิบที่ปากโพรงหลืบสาวด้วยความแสยงมันเดินย่างสามขุมเข้ามา………หลินผงะถอยหลังด้วยสัญชาติญาณป้องกันตัวจนแผ่นหลังกระทบกับต้นยางพาราที่ทีลำต้นไม่ใหญ่นัก เพราะเป็นยางพาราพันธ์ดีอายุไม่เกิน4 ปี ก่อนที่เธอจะคิดขยับตัวทำอะไรต่อไปมันก็ปราดประชิดเข้าถึงตัว กอดกระชับรัดร่างเธอไว้ด้วยความหื่นกระหาย ซุกจมูกเข้าซบไซร้ซอกคอละมุนที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อไคล มันสูดดอมดมกลิ่นสาบสาวอยู่ชั่วครู่จนอิ่มเอม มันจึงตวัดปลายลิ้นไล้ไปไชชอนเข้าไปตามรูหูของเธอ หญิงสาวบิดเบือนเอียงคอหลีกหนีด้วยความขยะแขยงจนต้อง ห่อไหล่ หลับตาปี๋ มันตามติดไล้ปลายลิ้นแผ่วๆ กระดุบกระดิบเหมือนหนอนคืบลงมาปลายติ่งหูแล้วใช้ฟัน ขบเม้มเนินเนื้อนุมส่วนนั้นเบาๆ จากความแขยง เปลื่ยนเป็นความจั๊กจี้ แล้วค่อยๆ แปลเปลี่ยนเป็นความซ่าน…สยิว ชวนเคลิบเคลิ้มจนขนทั่วกายลุกชี้ชันเป้นตุ่มเป็นไต หากการกระทำของมันเปลี่ยนไปเป็นการกระทำของ พี่ไก่ นักศึกษาแพทย์ รุ่นพี่ที่เป็นคนรักของเธอก้คงจะมีความสุขนักแต่นี่ไม่ใช่ !! …. เธอจึงรู้สึกซ่านสยิวตามปฏิกิริยาของเส้นสายปลายประสาทของเนื้อหนัง แต่ใจเธอมิได้ยินยอมโอนอ่อนผ่อนตามไปด้วย มันจึงเป็นความขัดแย้งระหว่างความรู้สึกนึกคิดและเป็นการต่อสู้พันตูระหว่างความต้องการของเนื้อหนังกับความถูกต้องของจริยธรรมมันป้ายปาดป่ายปลายลิ้นเปะปะไปทั่วใบหน้ารูปไข่ของเธอ จนเปรอะเลอะเมื่อก ลื่นน้ำลายเหนียวของมันเป็นมันเยิ้มก่อนจะเลื่อนริมฝีปากของมันมาประกบบดจูบริมฝีปากบางสวยสีชมพูเรื่อของเธอแนบแน่นหนักหน่วงจนเธอรู้สึกเจ็บกลิ่นเน่าเหม็นของเศษอาหารค้างคืนในปากมันโชยผ่านจมูกเธอชวนสะอิดสะเอียนผะอืดผะอม จนเธอเองแทบอาเจียน เธอเม้มปากแน่นเป้นเส้นตรงเมื่อมันพยายามดันปลายสอดลอดผ่านเข้าสู่ช่องปากหอมละมุนของเธอ อา……..จูบแรกในชีวิตสาวของเธอมันช่างแตกต่างจากความวาดหวังฝันไว้โดยสิ้นเชิงมือของมันข้างหนึ่งบีบขยำถันอวบอิ่มไว้เต็มมือ แรงนิ้วที่ขยุ้มจิกกดบีบเน้นทำให้ หลินสะดุ้งสะท้านร้าวรานด้วยความเจ็บปวด เหมือนมันจะสำนึกถึงความรุนแรงเกินเหตุกับเนื้อนุ่นเนียน มันจึงเปลื่ยนเป็นลูบไล้ ถูปลายจงอยถันให้ตื่นตจัวรับรู้ความหยาบสากกระด้างของฝ่ามือที่ผ่านงานหนักมานาน ชั้นเชิงโลมเล้าของมันแม้นจะพื้นๆ ไม่แพรวพราวนักซ้ำแฝงไปด้วยความหักโหมรุนแรง ก้าวร้าว แข็ง….แต่เด็กสาวก้อดหยัดกายเกร็งไหล่หดห่อด้วยความเสียวสยิวไม่ได้ เพราะความไร้เดียงสา ไม่เคยรับสัมผัสแตะต้องจากมือชายมาก่อน มันจึงก่อเกิดความรู้สึกแปลบปลาบจากสัมผัสที่ถูกบีบเคล้นเคล้าคลึง บดขยี้ ขยุมขยำทรวงเต้าอวบใหญ่จนบิดเบี้ยวบี้แบน“ ใหญ่…ใหญ่จริงๆอีสาว ไม่เสียแรงดักรอมาหลายวัน “ น้ำเสียงห้าวลึกแหบพร่ารำพึงออกมาอย่าสุดกลั้นความตื่นเต้นข้างๆ ใบหูเธอ “ บึ๊บบั๊บ อล่างฉ่างไปหมดทั้งตัวเลย อย่างนี้แหละถึงจะเอามันส์ พับผ่า สิ !! โชคดีจริงๆ “ เสียงกระเส่าของมันสร้างความคับแค้นใจให้กับ นักศึกษาสาว เป็นอย่างยิ่ง แต่สิ่งที่เธอจะทำได้ในเวลานี้ก็เพียงยืนตัวแข็งขบเขี้ยวเคี้ยวฟันปล่อยให้มันตะโบมโลมลูบบีบขยำบี้สองเต้าขนาด 36 นิ้วตามใจชอบขาข้างหนึ่งของมันสอดแทรกเข้ามาขัดคาง่ามขาเธอไว้ ขยับงอเข่าเพียงเล็กน้อยหน้าขาที่เต็มไปด้วยขนดกหยาบหนาของมันก็อัดโหนกเหน้าเนื้อสาวที่เปล่งอูมจนเธอต้องเขย่งปลายเท้าผ่อนน้ำหนักตัวที่กดทับลงมาที่หน้าขาของมันเพื่อมิให้สัมผัสแนบแน่นสร้างความเสียดเสียว แต่ก็ไร้ผลเมื่อมันงอเข่ายกหน้าขาขึ้นอีก จนปลายเท้าเธอหลุดลอยขึ้นจากพื้น น้ำหนักตัวทั้งหมดของเธอกดทับลงมาที่หน้าขาของมันเต็มที่ พอมันขยับหน้าขาขึ้นๆ ลงๆ หน้าขาของมันจึงบดเบียดแถกถูไถโหนกเหน้าเนินเนื้ออวบหยุ่นของเธอความหยาบ ความสาก ของขนทิ่มแทงแยกตำร่องเนื้ออ่อน ของเธอต้องกระตุกร่างดิ้นกระแดกกระแด่วเพราะ แสยง….คันๆ เสียวๆ …เธอพยายามหนีบขาไว้ให้แน่นเพื่อไม่ให้มันเสียด…. มันสี….แต่ก็กดหนีบได้เพียงชั่วครู่ชั่วยาม หน้าขาก้กลับถ่างอ้าออก ปล่อยให้มันถู….มันไถ…..ไสเนินเนื้ออิ่มจนย่นยู่ยับย่น สะโพก พลอยสั่นไหวส่ายรับแรงบดเบียดด้วยความเผลอตัว พอรู้สึกตัว เธอก็พยายามหุบขาใหม่แต่พอเผลอตัวเข้าอีกขาก็กลับถ่างอ้าออกอีก มันจึงอ้าๆ หุบๆ ขยับเข้า ขยับออก อยู่อย่างนั้นเพิ่มความสียวดาลใจให้แก่เธอมากยิ่งขึ้น“ ครืน…..ครืน….น..น….”ก่อนที่อารมณ์ของสาวน้อยจะเตลิดไปไกลจนสุดจะกู่กลับ เสียงฟ้าร้องครืนครั่นเข้ามา ลมย็นละอองไอฝนกระโชกโบกใบไม้เสียดสีดังกราวใหญ่ หลิน พยายามบิดตัวเบี่ยงร่างส่วนล่างที่กำลังถูกรุกรานลวนลามหนี ทว่าดูเหมือนความพยายามของเธอจะสูญเปล่า เมื่อมันรุกล้ำกรายร่างของเธอมากขึ้น เธอสะดุ้งเฮือก เหมือนสายอสุนีบาตพุ่งปราดฟาดสู่ร่างเธอ เมื่อมันซบฉกหน้าหาปลายจะงอยถันสีแดงเรื่อเผยอปาก อ้าอมดมดูดดุนเม้มดึงเป็นยางยืดแม้เธอจะไม่มีใจไปกับการกระทำของมันแต่ร่างกายที่โดนกระตุ้นเร้าด้วยความหื่นกำหนัดในส่วนที่รับรู้ความรู้สึกสัมผัสอย่างว่องไว ปลายจะงอยเนื้อจึงแข็งตัวขมึงชูชันหยัดยืดยื่นยาวออกมาทีละนิดๆ จนรู้สึกตึงเปรี๊ยะ คัดเต้าจนเจ็บๆ เสียวๆ อันเป็นปฏิกิริยาที่เป็นไปตามธรรมชาติ โดยมิพักต้องรอความยินยอมพร้อมใจหลิน ขบกรามแน่นจนขึ้นเป็นสันนูนเพื่อหักห้ามอารมณ์ที่เริ่มพุ่งพล่านร่านเตลิดไปกับการเล้าโลม ซึ่งเต็มไปด้วยความหื่น…หยาบ…และป่าเถื่อน…..ปลายนิ้วของมันตวัดป้ายปาดดุนดันลากวนติ่งเต้าที่ลุกชันชี้เด่ยื่นยาวนั้น บางครามันก็เม้มปากคาบปลายจะงอยเนื้อดึงยืดจนเธอผวาแอ่นอกตาม เพราะเกรงมันจะขาดติดปากไอ้บ้ากามไป และบางคราวมันก็เม้มเอาไว้แล้วขยับขากรรไกรล่างสั่นไหวบดบี้จะงอยเนื้อที่เริ่มแดงก่ำด้วยแรงฉีดของเลือดสาวจนเธอสั่นเทิ้มไปทั้งร่างด้วยความสะท้านมันเป็นภาวะที่แสนทรมานสุดจะทนทานผืนอำนาจความรู้สึกในส่วนลึกของจิตใจที่เป็นไปตามสัญชาติญาณของสิ่งมีชีวิตที่สมบูรณ์ ความสับสนที่เกิดขึ้นในจิตใจอันเกิดจากความขัดแย้งระหว่างควาถูกกับความผิด ความเลวกับความดี ที่ได้รับการพร่ำสอนมาตั้งแต่เด็กเล็กอยู่จนเป็นสาวให้รักนวลสงวนพรหมจรรย์ของหญิงเอาไว้ยิ่งชีวิต แต่ในขณะนี้ร่างกายของเธอเร่าร้อน……..เรียกร้อง……ในสิ่งที่เป็นครรลองครองธรรมของธรรมชาติ…มากขึ้น…..มากขึ้น….โดยเธอมิอาจห้ามปรามไม่ให้มันเกิดขึ้นได้ เมื่อถูกกระตุ้นเร้าตามจุดกระสันต์ ต่างๆ บนเรือนร่างสาวที่ไม่เคยมีประสพการ์ณเช่นนี้มาก่อน ความสับสนที่เกิดจากความขัดแย้งภายในจิตใจ ก่อให้เกิดความเครียดขมึงตึงจนเธอหูอื้อตาพร่างพราย ลมหายใจเริ่มติดขัดเป็นห้วงๆ หอบ…แรงขึ้น….แรงขึ้น…จนตัวโยน ปลายลิ้นเหนียวชุ่มน้ำลายของมันพลิ้วไหวไหลลื่นเลื่อนเคลื่อนต่ำลงมาตามแนงกึ่งกลางลำตัวสะดุดหยุดเน้นดุนตรงสะดือกลมบุ๋ม เล่นเอานักศึกษาสาวสั่นสะท้านเกร็งแขม่วลอนหน้าท้องไร้ไขมันไหวระริกบิดเอวหนีด้วยความรู้สึกบอกไม่ถูก คล้ายๆ จะ จั๊กจี้ แต่ก็ไม่ใช่ มันให้ความซ่าน….เสียว….มากกว่า สองมือของเธอพยายามแข็งขืนผลักดันศีรษะของมันให้ห่างออกจากจุดนั้น เพราเธอกริ่งเกรงว่าถ้าหากมันยังคงฉกลิ้นดุนแผ่วๆ อยู่ที่รูสะดือของเธอ เธอจะทนกลั้นต่ออารมณืความรู้สึกที่เรียกร้องความต้องการทางเพศไม่ไหว แต่กลับกลายเป็นว่าการผลักชองเธอทำให้ศีรษะของมันเลื่อนต่ำลงไปสะดุดหยุดอยู่ที่เนินสวาทกลางหว่างขาของเธอ ที่เริ่มลื่นชื้นแฉะ“ อึ๋ย…………”หลิน แหงนหน้าหงาย หลับตาแน่นจนคิ้วขมวดย่น เผยอปากหลุดคำอุทานออกมารเบาๆ ในขณะที่ฟันยังคงสบขบกันแน่นเมื่อสัมผัสรับรู้ถึงปลายลิ้นนุ่มลากป่ายป้ายไปรอบๆ เนินเหนือร่องหลืบที่ยังคงแนบสนิท เพราะยังไม่เคยมีสิ่งแปลกปลอมอื่นใดล่วงล้ำผ่านเข้าไปนอกเสียจากปลายนิ้วของตนเอง เมื่อเลือดสาวเรียกร้องความต้องการเป็นครั้งคราวปลายลิ้นที่พลิกพลิ้วของมันค่อยๆ แซะ…ค่อยๆ ดุน…ค่อยๆดัน….ป่ายตวัด….เซาะกลีบเนื้อหว่างสองพลุเฉาะลึกเจาะเข้าไปอย่างช้าๆ ลึกเข้าไปทุกที ๆ ๆ สองมือของมันบีบกระชับจับขยำแก้มก้นทั้งสองของเธอไว้แนบแน่น จนเธอหมดสิทธ์บิดก้นไถลหนี ได้แต่ยืนเกร็งสั่นระริกเป็นเจ้าเข้า โดยเฉาะขาซ้ายของเธอสั่นกระตุกเหยงๆจนเห็นได้ชัด เพราะฤทิธ์ของความซ่านสียวที่ไม่เคยพานพบ โพรงเนื้อสาวจึงเต้นตุบๆ ขมิบบีบตัวรีดน้ำเมือกมันปลาบซึมเยิ้มออกมาทีละนิดทีละหน่อยจนหยาดเยิ้มเปื้อนเปรอะเลอะไปทั้งซอกขาหนีบเดนมนุษย์แหงนหน้าเงยมองเธอด้วยสายตากระหยิ่มซี่อนยิ้มด้วยความภาคภูมิใจที่สามารถสร้างความเสียวซ่านให้นักศึกษาสาวจนน้ำเล็ด มันละปากที่เยิ้มไปด้วยคราบน้ำรักของหญิงสาวจนมันปลาบเอ่ยถามอย่างผู้กำชัยชนะไว้ในอุ้งมือมาร“ ไง!!! อีสาว ชักเสี้ยนแล้วสิ……” เธอสิ้นเรียวแรงที่จะโต้ตอบคารมกับมันเพราะรู้สึกอ่อนล้าจากการต่อสู้อย่างหนักหน่วงกับความรู้สึกของตนเอง เธอเริ่มรู้สึก ท้อแท้ที่จะขัดขวางความรู้สึกต้องการที่ลุกโหมจู่โจมเธอเป็นละลอกๆ ไม่สิ้นสุดอนุสติฝ่ายดีของเธอกำลังจะขาดอยู่รอนๆ เฮกำลังจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้…แพ้ให้กับอารมณ์ ความรู้สึกของตนเองมันเริ่มจู่โจมสาวน้อยอีกครั้ง อย่างต่อเนื่องด้วยปลายนิ้วที่หยาบหนา สากใหญ่ ข้อนิ้วปูดโปนเป็นปล้องๆ มันค่อยๆ ไสค่อยๆ ทิ่มชอนไช คว้านลึกเข้าไปในโพรงเนื้อที่ตีบตันจนสุดโคนนิ้ว แล้วบิดข้อมือซ้ายที ขวาที ควงปลายนิ้วเป้นดอกสว่านคว้านเนื้อใน จนหญิงสาวเกิดอาการเกร็งบิดเอวส่ายซ้ายที ขวาทีตามจังหวะการหมันของนิ้ว ปลายเท้าแยก แหกออกเหยียดกายกระตุกยิกๆๆ ลมหายใจขาดเป็นห้วงๆ ไม่เป็นจังหวะ ด้วยอาการเสียดสีที่เป็นไปอย่างสุดระงับข่มไม่ให้เกิดเพราะลำพังนิ้วมือยาวเรียวของเธอยังเคยส่งเฮขึ้นแดนสวรรค์ชั้นสุขาวดี มานับครั้งไม่ถ้วน แต่นี่ ทั้งใหญ่ทั้งสาก หยาบกระด้าง เวลามันเคลื่อนไหว มันสะกิด มันครูด ผนังเนื้ออ่อนภายในโพรงสวาทให้เกิดความรู้สึกที่เสี้ยนสวาท เสียดเสียว มากกว่าเป็นร้อนเท่า ทวีคูณปลายนิ้วที่ควักคว้านชอนไช ควงไปทั่วโพรงหลืบของมันเริ่มขยับดึงออก….ดันเข้า….เนิบๆ….ช้าๆ….ทำเอาแก้มก้นของเธอเกร็งขมิบเป็นจังหวะ สอดรับจะโคนของปลายนิ้ว น้ำสวาทเยิ้มพร่าเล็ดออกมานอกหลืบ เป็นฟองฟอดจนล้นไหลฉ่ำแฉะย้อยหยดแหมะๆ ลงบนปลายลิ้นของมันที่ยื่นรองรับก่อนที่มันจะฉกปลายลิ้นตวัดใส่ติ่งเนื้อเหนือร่องธารสวาทที่โผล่ยื่นยืดยาวออกมา ปลายลิ้นของมันรัวใส่เหมือนหมัดนักมวยที่ซ้อมชก พันช์ชิ่งบอล จนหญิงสาวสะกดเสียงกลั้นไว้ไม่อยู่ต้องส่งเสียงร้องครางออกมาอย่างสุดระงับอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน“ …..อา……อา….”จังหวะการชักนิ้วเข้าออกของมันเร็วขึ้น…เร็วขึ้น….เสียงดังพรืดๆ เร้าใจ ยิ่งมันเร่งนิ้วทิ่มแทงถี่ขึ้นท่ำร เร็วขึ้นเท่าไร เธอยิ่งรู้สึกเสียดเสียวขึ้นเท่านั้น มันร้อน…….มันวูบวาบ……..หูอื้อ…….ตาลาย……พรายพร่า……..เธอรู้สึกอ่อนล้า หมดเรียวแรงจะหยัดยืน เข่าอ่อน ทรุดฮวบจนต้องเอื้อมมือขึ้นเหนือศรีษะ คว้าลำต้นยางพาราที่แผ่นหลังเธอพิงพักอยู่ เธอจึงอยู่ในท่าย่อเข้าฉีกขากว้างจะนั่งก็ไม่นั่ง จะยืนก็ไม่ยืนในขณะที่จิตใจของเธอกำลังเคลิบเคลิ้ม ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีกำลังจะล่องลอยไปกับสายลมแรงยามเช้าเธอก็มีอันสะดุ้งโหยง นิ่งหน้าร้องครางออกมาด้วยความเจ็บปวด“ โอ๊ย……อูย…….อย่า…..ไม่……ฉันเจ็บ…….. “เธอร้องอุทรณ์ต่อมันแม้จะรู้ว่าไม่มีความหมาย เมื่อไอ้เดนคน ดึงนิ้วกลางที่ปักชำเราร่องสวาทของเธอออก เปลื่นตำแหน่งเลื่อนต่ำลงมาที่รูทวารแล้วกดทิ่มสอดแทรกแหวกชำเราเข้าไปช้าๆ แต่หนักแน่น“ เจ็บไม่เท่าไรหรอกวะ อีสาว….เดี๋ยวจะมันส์จนลืมเจ็บ แอ่นกนให้พี่สะเด่าทั้งวันละไม่ว่า “มันปลอบด้วยน้ำเสียงหื่นกระเส่าในขณะที่นิ้วมือถูกดันฝังลึกเข้าไปเรื่อยๆสักพักมันก็แหวกกล้ามเนื้หูรูดภายในทะลุพรวดสวนทวารเข้าไปจนมิดยันโคนนิ้วความรู้สึดอึดอัดฝืดเจ็บที่เกิดขึ้นแต่แรกกับหญิงสาวเริ่มทุเลาเบาบางลงเมื่อมันขยับนิ้วลากถูเข้า ถูออก ช้าๆ จนกล้ามเนื้อที่บีบรัดนิ้วเริ่มผ่อนคลาย ทุกอย่างเริ่มคล่องตัวขึ้น มันจึงชักนิ้วอัดเข้าออกราวกับก้านสูบ จนหลินต้องขบกรามเคี้ยวฟันเบาๆ ในลำคอข่มความเสียวที่ประทุคุ กรุ่นขึ้นมาเรื่อยๆ“ อึ๋ย…………อึ๋ยส์…………..”ไม่ทันที่ปลายนิ้วกลางที่ฝังลึกอย่ในทวารจะถอดถอน ปลายนิ้วชี้ของมันก็ดิ่งลึกเข้าไปฝังตัวในโพรงกระสันเพิ่มการจู่โจมรุกเร้าเป็น สองทาง สองด้าน เล่นเอาหลินลืมตัวไปชั่วขณะ แอ่นสะโพกไปข้างหน้าแบะหน้าขาออกเพื่อให้การเคลื่อนไหวของนิ้วขยับถนัดถนี่ขึ้น ลึกขึ้นทั้งๆที่รู้ว่ามันเองก็ดันจนสุดปลายนิ้วไม่มีเหลือแล้วสาวน้อยนักศึกษาบัดเดี๋ยวสะบัดหน้า บัดเดี๋ยวแหงนใบหน้า เผยอเผยิบปากสำลักอากาศดุจคนใกล้ขาดลม แอ่นกระเด้าสะโพกเนิบๆ ตามจังหวะการดึงนิ้วทั้งสองที่ลากถูเข้า ถูออก ทั้งสองช่องทาง และเมื่อมันเพิ่มปลายลิ้นตวัดฉกใส่ติ่งเหนือโพรงหลืบอีกครา ราวลิ้นอสรพิษ หญิงสาวก็เกร็งกระตุกสั่นสะท้านเหมือนมีใครเอาไฟฟ้าจี้ใส่ร่างด้วยแรงดันเป็นหมื่นโวลต์ใบหน้าเธอบิดเบี้ยวเหยเกด้วยความทุกข์ทรมานจากการสะกดกลั้นความรู้สึกของตัวเองอย่างเต็มที่ไม่ให้มีใจไปกับมัน แต่เธอก็มิอาจขมิบต้านน้ำรักเยิ้มไหลเหมือนคนกลั้นปัสสาวะไม่อยู่เปล่งเสียงร้องครางครวญอย่างร้าวใจ“ โอว์………..โอว์……..โอ……….”.” อยากจนทนไม่ไหวแล้วใช่ไหมอีสาว………เดี๋ยวพี่จะเอาให้ดิ้นเลย…..” มันพูดไปหัวเราะไปอย่างผู้ชนะที่สามารถทำให้สาวน้อยนักศึกษาน้ำรักเล็ดเลอะ สวนทางกับความรู้สึกนึกคิดอย่างสะกดกลั้นอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองไม่อยู่หลิน ไม่ได้ยินคำที่มันพูด เพราะสติของเธอเตลิดเพริดไปกับรสชาติแปลกใหม่ในชีวิต ที่ให้ความรู้สึกเคลิบเคลิ้มล่องลอยแต่แรกมันให้ความรู้สึก หน้ามืดวูบไปสักพัก ก็มีแสงระยิบระยับพร่างพราวพรายเป็นดวงๆ วูบวาบอยู่ในดวงตา เหนื่อยอ่อนล้า …..จากการกระตุ้นเกร็งจนหอบหายใจถี่นัก เหงื่อผุดพราวโทรมกายคล้ายวิ่งมาเป็นระยะทางไกล ขณะที่สติเธอยังไม่กลับคืนมามันจับเธอพลิกกายกลับหันหน้าเข้าหาต้นไม้พร้อมจับกดแผ่นหลังของเธอให้ต่ำลง เธอจึงอยู่ในท่าโก้งโค้งมือจับลำต้นยาพารา ซุกหัวไหล่ด้านหนึ่งไว้กับลำต้นสองขาถ่างอ้าช่วยทรงตัวพยุงกาย มือหนึ่งเกาะลำต้นไม้เหนือหัว มือหนึ่งดันพยุงลำต้นไม้ใต้ลำตัว เธอเริ่มได้สติเหลียวหน้าหันมาดูมันที่ยืยอยูเบื้องหลังกลางหว่างขาด้วยความฉงนในกาสรกระทำของมันแล้วมีอันต้องเบิ่งตากว้างตระหนกสุดขีด………….“ อย่า………ยะ………….โอ๊ย………….”เปรี้ยง………ยง………..ง……………เสียวฟ้าคำรามกึกก้อง พร้อมๆ กับพายุฝนที่โหมกระหน่ำสาดซัดอย่างไม่ลืมหูลืมตา เป็นขณะเดียวกับที่ปลายท่อนเนื้อของมันถูกส่งด้วยแรงกระเด้งจากบั้นเอวพุ่งเสียบเข้าแถกทิ่มเข้าไปในร่องหลืบหว่างขาทีเดียวจนมิดสุดปลาย พรหมจรรย์สาวฉีกกระจุยจนเจ็บปวดร้าวไปทั่วช่องท้องทั้งจุก……..ทั้งเสียด……เหมือนถูกลิ่มเหล็กตอกใส่จนร่างจะแยกออกเป็นสองส่วน จะบิดร่างหนีก็สุกปัญญาเพราะสองมือของมันจับกระชับเอวคอดกิ่วของเธอไว้แนบแน่น น้ำตาเธอพรั่งพรูออกมาประสมประสานกับหยาดฝน ด้วยความเจ็บปวด เสียใจ เสียดายความเป็นสาวที่อุตสาห์ทะนุถนอมมาเป็นอย่างดีเพื่อรอวันเข้าหอ ลงโรง กับชายที่ตนรัก แต่กลับต้องมาเสียเลือกสาวให้กับไอ้โจรบ้าตัณหาที่ไม่เคยรู้จักมักคุ้น เธอกัดฟันสะอึก สะอื้น ด้วยความคับแค้นใจที่หมดหนทางรักษาพรรมจรรย์ไว้ได้ ต้องปล่อยทุกสิ่งทุกอย่างให้เป็นไปตามยถากรรมมันทาบตัวแนบแผ่นหลังขาวนวลของเธอ สอดมือผ่านสีข้างเอื้อมไปยังปทุมถันที่ทิ้งตัวห้อยต่องแต่งเพราะความอวบใหญ่มันขยุ้ม………มันขยำ…..มันขยี้……..ขยุกขยิกจนเต้าถันเป็นรอบปื้นผื่นแดง ส่วนท่อนลำปูดโปนด้วยเส้นเลือดทอเป็นเส้นสายของมันขยับขยุกขยิก เข้าๆ ออกๆ ในโพรงเนื้อสาวอย่างขมีขมัน แหวกความฝืด เนิบนาบจนร่องลื่นคล่องลำ กลายเป็นรวดเร็วรุนแรง หนักหน่วง มันกระแทก…….มันกระทั้น…………มันกระทุ้ง…….กระเด้งจนนักศึกษาสาวหัวสั้นหัวคลอนโยกไหวไปทั้งร่างต้องผวากอดลำต้นยางพาราไว้แน่น จากความเจ็บปวดที่เกิด ค่อยๆแปรเปลี่ยนความรู้สึกเป็นความแสบ……เสียดเสียว……..ตั้งแต่เมื่อไหรเธอเองก็ไม่รู้เธอรู้แต่ว่าตอนนี้หัวใจเธอมันวาบหวิวสยิวไปทั้วทุกรูขุมขนยิ่งกว่าตอนใช้นิ้ว“ อ………อา…………..”หญิงสาวอ้าปากหลุดเสียงครางเบาๆอย่างดาลใจ พร้อมๆ กับอนุสติฝ่ายดีของเธอขาดสะบั้นล่องลอยหลุดไปจากร่าง ไม่มีความถูก ความผิดหลงเหลืออยู่ในใจอีกต่อไป คงเหลือแต่ความอยาก………ความต้องการ…..กระสันต์สวาทจนร้อนร่านพล่านไปทั้งกายแม้แต่สายน้ำอันชุ่มฉ่ำของสายฝนก็ยังไม่อาจ กลบ ลบเลือนความร้อนร่านพล่านอารมณ์จากไฟราคะในตอนนี้ได้ ยิ่งมันโหม……..ยิ่งมันเน้นแรงกระทุ้งเท่าไรเธอก็ยิ่งสาแก่ใจเท่านั้น ใบหน้าเธอบูดเบี้ยวคิ้วขมวด ปากเหยเกบ่งบอกถึงความเสียวที่แทบจะฉุดกระชากลากวิญญาณเธอออกจากร่าง“ …โอ๊ว…….ว………โอ้ว……โอ………..ว…..”เธอร้องครางเสียงสั่นลั่นแข่งกับสายฝนที่พรั่งพรู เมื่อมันเน้นเคล้นแรงเท่าที่มีกระทุ้งกระทั้นถี่ยิบจนเธอรู้สึกจุก เสียว ที่สุดปลายทางตันของร่องหลืบ มันกระแทกเอา…..กระแทกเอา……อย่างไม่ลืมหูลืมตา ตะบันเอาจนร่างของ หลิน เกร็งขึ้นไปทุกทีๆ ด้วยความสาสะแก่ใจ จนในที่สุดโพรงหลืบสาวของเธอก็บีบตัวขมิบตอดรับท่อนเนื้อที่ฝังตัวเข้ามาเป็นครั้งสุดท้าย“ อ๋า…………อ………อา……….”หญิงสาวแหงนหน้าร้องแรกแหกปากเปล่งเสียงจนสุดลมด้วยความเสียวเขม็งเกลียวจนสุดลาน พร้อมกับที่ท่อนเนื้อของมันกระฉูดกระแสธารอุ่นๆ ฉีดพุ่งปรู๊ดๆ กระทบผนังเนื้อภายในช่องท้องของเธอเป็นระลอก ๆ อุ่นวาบไปทั้งช่วงท้อง ความเสียวสยิว แล่นจี๊ดๆ ระยิบระยับซึมซับเข้าไปภายในผนังโพรงสวาท พุ่งลิ่วเป็นริ้วสายไปตามส่วนปลายประสาทต่างๆที่ไวต่อความรู้สึกเสียดเสียว จนร่างของเธอกระตุกยึกยัก นับสิบครั้ง ทุกอย่างจึงเริ่มผ่อนคลายลงฝนซาแล้ว แต่ยังมีละอองไอตกพรำๆ หลินยังคงเปลือยร่างนอนตะแคงน้ำตาไหลพราดหมอบอยู่บนพื้นดินฉ่ำโคลน ส่วนมันนั่งเปลือยอยู่ข้างๆ เธอวางมือลูบไล้ลงบนลอนสะโพกที่โค้งงามเรื่อยลงมายังกลีบเนื้อที่บวมเปล่งระบมอ้ากลวงโบ๋ภายในเอ่อเยิ้มไปด้วยหยาดใคร่ขาวข้นของมันที่มากมายจนไหลล้นออกนอก แอ่ง“ เฮ้ย……..ไอ้ห่า!!!! แอบพาเด็กมาเอาที่ท้ายสวนก็ไม่บอกกันบ้าง อุ๊บ๊ะ…..บึ๊บบั๊บ ดีเสียด้วยขอพวกกูเอี่ยวด้วยคนนะไอ้นาจ…..”หลินผวาลุกขึ้นควานหาเสื้อผ้าเมื่อได้ยิน ได้เห็น ชายอีก 4-5 คนกำลังเดินเข้ามาแต่ช้าไป เมื่อพวกมันรุมล้อมเข้ามาหาเธอ“ อย่า………….ช่วยด้วย………..ช่วยด้วย……….”เธอร้องด้วยความกลัวตื่นตระหนกสุดขีดแต่ก้ร้องได้เพียงเท่านั้นเมื่อพวกมันเข้าถึงตัวช่วยกันขยำขยี้ฟอนเฟ้นฟัดร่างของเธอเหมือนหมาป่ารุมกันแทะเหยื่อจนเธอรู้สึกหน้ามืดวูบไป………..มารู้สึกตัวอีกทีเมื่อ ร่างกายเจ้ากรรมมันกำลังส่าย………กำลังร่อน……ตอบสนองลำแต่ละอันที่ล้วนแต่อวบใหญ่ หลินหลั่งน้ำตา กอดรัดร่างชายคนหนึ่งที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาขย่มเนื้อใส่กลางหว่าขาของเธอไว้แนบแน่น พร้อมกับหลั่งไหลหยาดเมือกลื่นเตรียมพร้อมรับคาวใคร่อันระอุของพวกมันเข้าไปทุกหยาดหยด……..ทุกช่องทาง………เวลาผ่านมาเกือบเดือนแล้วที่หลินได้ผจญเหตุการณ์ระทึกขวัญในวันนั้น เธอไม่เคยปริปากแพร่งพรายให้ใครรู้ แม้กระทั่งพี่ไก่ คนรักของเธอ ทุกคนรู้แต่ว่า เธอออกวิ่งเช้านั้นแล้วเจอพายุฝนทำให้ป่วยหนักต้องนอนพักรักษาตัวอมไข้อยู่กว่าอาทิตย์ ริ้วรอยบาดแผลทางกาย ทางเนื้อหนังของเธอได้เลือนหายไปแล้ว ก็มีแต่ช่องหลืบที่เผยอ อ้ากลีบออกเล็กน้อยไม่แนบสนิทอย่างเคย แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา ปัญหาอยู่ตรงที่เอไม่อาจลืมเลือนเหตุการณ์วันนั้น เธอยังคงจำฝังแน่นในความรู้สึกคืนนั้นเธอเข้านอนด้วยความรู้สึกปั่นป่วยสับสนเหมือนกันคืนก่อนๆหลังจากผ่านเหตุการณ์วันนั้นมาวันนั้น วันที่พวกมันทั้ง 6 คน ทำกับเธอทุกช่องทุกทางที่พวกมันจะเสือกไสท่อนเนื้อเข้าใส่ พวกมันรุมฟัดเฟ้นเคล้นเนื้อหนังขอเธอจนพกช้ำดำเขียวไปทั่วตัว พวกมันรุมกิน…. รุมแทะ ….เหมือนกระเดือก กลืนเธอเข้าไปทั้งร่างและทิ่มแทงกระเด้งร่องหลืบเธอจนเปียกแฉะเลอะน้ำขาวคาวใส่ใคร่ไปทั่ว เธอยับ……เธอเยิน…….ปลิ้นปลอกถลอกจนแสบระบมหุบขาไม่ลงไปหลายวันเธอยังจำสภาพของเธอเมื่อสองทุ่มวันนั้นได้ ที่เธอต้องเดินโขยกเขยกตุปัดตุเป๋ ด้วยความระบมระโหยโรยแรงเพราะพวกมันเสพสุขกับร่างของเธอตั้งแต่เช้ามืดแทบไม่ได้หยุดพัก ยังดีที่พวกมันมีกระจิตกระใจ หาข้าวปลาอาหารให้ ไม่งั้นเธอคงขาดใจตายไปแล้วก็ได้ สภาพเธอในคืนนั้น หลังจากที่พวกมันช่วยหิ้วปีกประคองมาส่งที่เขตรั้วมหาวิทยาลัยไม่ผิดอะไรไปจากลูกนกตกน้ำเพราะเนื้อตัวเปียกปอนเปื้อนเปรอะไปด้วยดินโคลน ดีที่ไม่มีใครเห็นเธอตอนแอบเข้าหอพักเหตุการณ์ที่ผ่านมาของเธอมันเปรียบเสมือนฝันร้ายกระนั้นหรือ………เธอตอบตัวเองไม่ได้ว่าใช่หรือไม่ เอรู้แต่ว่าหลายวันมานี้ เวลาที่เธอคิดถึงเรื่องนี้ที่ไรร่องเนื้อของเธอจะขมิบขับน้ำเมือกเอ่อเยิ้มไปทุกทีอาทิตย์ต่อมา……………………..“ หลินจ๊ะ…เช้าๆ เธอยังไปวิ่งแถวสวนยางอยู่หรือเปล่า “ เพื่อนร่วมห้องหอของเธอถามขึ้นมาในเช้าวันหนึ่ง ขณะที่เธอกำลังสวมเสื้อกล้ามแบบนักบาสเก็ตบอล“ ไปสิ….ทำไมหรือ” หลินตอบโดยไม่หันมามอง เพราะเธอกำลังกมดึงรั้งกางเกงผ้าร่มขาสั้น ที่สั้นจนเผยแก้มก้นรำไร เมื่อเธอดึงรั้งมันสูงขึ้น“ เธอไม่ได้ยินข่าวลือ เรื่องผีผู้หญิงแถวนั้นบ้างเลยเหรอ…….” เพื่อนของเธอลุกจากเตียงนอนลากเก้าอี้เข้ามานั่งข้างเธออย่างเป็นงานเป็นการ“ ไม่เคยได้ยินเลยนี่ ใครบอกเหรอ “ หลินยกขาข้างหนึ่งขึ้นวางลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้งจับปลายเชือกรองเท้าผูกไขว้ทบกันไว้ ในขณะที่เธอก้มผูกเชือกรองเท้าเต้าอวบใหญ่ก็โชว์ให้เห็นเกือบทั้งเต้าเมื่อแขนเสื้อกล้ามทิ้งตัวลง“ ก็พี่แว่นชมรมอาสา น่ะสิ แกบอกว่าเมื่ออาทิตย์ก่อนแกไปวิ่งแถวสวนยางตอนเช้ามืด แล้วได้ยินเสียงครวญ ครางเบา ๆ ของผู้หญิง คล้ายๆ จะเจ็บปวดทรมาน ถามชาวบ้านที่เดินผ่านมาทางท้ายสวนเขาก็บอกว่าไม่ได้ยินอะไร รู้แต่ว่าเคยมีผู้หญิงตายทั้งกลมในสวนเมื่อไม่นานมานี้ “ เพื่อนของหลินเล่าออกอาการท่าทางตื่นเต้นจนหลินอดขำไม่ได้“ เหรอ………..แล้วชาวบ้านที่บอกเป็นใครละ……” หลินหันกลับมากอดอก เอียงคอถามเพื่อนสาวยิ้มๆ“ จริงๆ นะ…..ตอนแรกที่พี่แว่นมาเล่าให้ฟังก็ไม่มีใครเชื่อเหมือนกัน พี่แว่นเลยพาไปหาชาวบ้านคนนั้นให้ช่วยยืนยัน รุ้สึกจะชื่ออำนาจ อะไรนี้ละ ตอนหลังนี้จึงไม่มีใครกล้าไปวิ่งแถวนั้นตอนเช้ามืดอีก” เพื่อนสาวเธอพูดเร็วปรื๋อและจริงจังเพราะเกรงว่า หลิน จะว่าเธองมงายไร้สาระ“ ฉันเชื่อเธอจ้ะ………เอาเถอะฉันจะเปลี่ยนเส้นทางวิ่งขอบใจนะที่บอก “ พูดจบหลินก็ ก้าวพ้นประตูไปไม่ทันฟังคำเพื่อนที่พูดต่อมา“ เดี๋ยว……เดี๋ยว……ว้า………ไปซะแล้ว กำลังจะถามอยู่เชียว ว่าจะวิ่งทั้งๆ ที่ไม่ใส่ชุดชั้นในอย่างนี้น่ะเหรอ……” เพื่อนของเธอพึมพำกับตัวเองอย่างไม่เข้าใจ ว่าทำไมเพื่อนสาวที่สุดแสนจะขี้อายไม่กล้าแม้แต่จะแก้ผ้าอาบน้ำกับเพื่อนหญิงด้วยกัน กลับกลายเป็นหญิงที่แต่งตัวยั่วยวนอวดโฉมโพยมเนื้อขนาดนี้สำหรับ หลินพอพ้นห้องก็รำพึงในใจ…………. “ ขอโทษนะจ๊ะ เพื่อน ที่โกหกว่า จะเปลี่ยนเส้นทางวิ่ง เส้นเดิมมันก็ดีอยู่แล้วรู้มั๊ย เพราะเส้นทางนี้แหละที่ทำให้ฉันสามารถรับท่อนเนื้อของชายทีเดียวพร้อมๆกัน สามคน สามช่องทาง และวันนี้ฉันก็ตั้งใจไว้แล้วว่า จะลองดูว่าไอ้วิธีสองท่อนในหนึ่งช่องทางจะให้ความรู้สึกอย่างไร ยังไงวันนี้ก็ต้องลองดูให้ได้”เท้าเร็วเท่าความคิดเธอออกวิ่งตรงดิ่งไปยังท้ายสวนยาพาราทันที เช้านั้นหากใครย่างกรายผ่านไปตามเส้นทางนั้นก็อาจจะได้ยินเสียงของนางพรายกำลังครวญครางระงม เพราะต้องต่อสู้กอดรัดฟัดเหวี่ยงกับอสูร นับสิบตน เป็นการต่อสู้ที่ไม่มีวันจะจบสิ้นง่ายๆ เพราะเป็นการต่อสู้ที่มนุษย์ทุกคน พึงปารถนาด้วยกันทั้งนั้น“ โอ๊ว………..โอว……..แรงเข้า……….แรงอีก……….ไม่ต้องกลัวฉัน……แหก……โอ๊ว……โอว….ดี……ดีจ้ะ…..” วันนั้นทั้งวันเสียงครวญครางของนางพรายแว่วมาตามสายลมแผ่วๆ ที่พัดผ่านสวนยาพาราแห่งนั้นไม่มีกยุดหย่อน นั่นแหละเสียงครวญครางจากปีศาจที่ได้ถูกบันทึกไว้ในไดอารี่สีชมพู อันเป็นตำนานแห่งหุบเขาคอหงส์

Comments are closed.